เกี่ยวกับเรา
เกี่ยวกับ KKP
การกำกับดูแลกิจการ
หลักการกำกับดูแล
จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ
นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน
นโยบายการแจ้งเบาะแสการกระทำผิด
รางวัลแห่งความสำเร็จ
ธุรกิจและบริการ
ลูกค้าบุคคล
ลูกค้านิติบุคคล
ลูกค้าสถาบัน
นักลงทุนสัมพันธ์
ความยั่งยืน
ข่าวสารและกิจกรรม
บทความน่าสนใจ
ร่วมงานกับเรา
ติดต่อเรา
ติดต่อ KKP
แบบฟอร์มสอบถามข้อมูล
แบบฟอร์มข้อเสนอแนะ
แบบฟอร์มร้องเรียน
แบบฟอร์มการแจ้งเบาะแสการกระทำผิด
EN
เกี่ยวกับเรา
เกี่ยวกับ KKP
การกำกับดูแลกิจการ
หลักการกำกับดูแล
จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ
นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน
นโยบายการแจ้งเบาะแสการกระทำผิด
รางวัลแห่งความสำเร็จ
ธุรกิจและบริการ
ลูกค้าบุคคล
ลูกค้านิติบุคคล
ลูกค้าสถาบัน
นักลงทุนสัมพันธ์
ความยั่งยืน
ข่าวสารและกิจกรรม
บทความน่าสนใจ
ร่วมงานกับเรา
ติดต่อเรา
ติดต่อ KKP
แบบฟอร์มสอบถามข้อมูล
แบบฟอร์มข้อเสนอแนะ
แบบฟอร์มร้องเรียน
แบบฟอร์มการแจ้งเบาะแสการกระทำผิด
ข่าวและกิจกรรม
หน้าแรก
ข่าวสารและกิจกรรม
ข่าวสาร KKP
เมื่อเศรษฐกิจไทยฟื้นไม่ทันเศรษฐกิจโลก ความท้าทายใหม่ที่ต้องเตรียมรับมือ
หน้าแรก
...
เมื่อเศรษฐกิจไทยฟื้นไม่ทันเศรษฐกิจโลก ความท้าทายใหม่ที่ต้องเตรียมรับมือ
บทวิเคราะห์เกียรตินาคินภัทร(KKP): เมื่อเศรษฐกิจไทยฟื้นไม่ทันเศรษฐกิจโลก ความท้าทายใหม่ที่ต้องเตรียมรับมือ
18 มี.ค. 2564
3,920 ผู้เข้าชม
KEY TAKEAWAYS:
KKP Research โดยเกียรตินาคินภัทร
ปรับการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยขึ้นจาก 2.0% เป็น 2.7% ตามผลกระทบของการระบาดระลอกใหม่ที่น้อยกว่าที่ประเมินไว้และการฟื้นตัวของการส่งออก อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวยังถือว่าช้ามากเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจโลกจากนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะกลับมาได้เพียง 1 ล้านคนในปีนี้
การฉีดวัคซีนในหลายประเทศที่ทำได้เร็วจะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในปีนี้ ประกอบกับการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของสหรัฐ ฯ อาจนำไปสู่ความเสี่ยงเงินเฟ้อรอบใหม่ และการปรับตัวสูงขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลก
ประเทศไทยจะกลายเป็น “ประเทศเศรษฐกิจฝืด ในโลกเงินเฟ้อ” ที่อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นตามภาวะการเงินโลก ในขณะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนในการระดมทุนของภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันค่าเงินบาทในปีนี้เปลี่ยนทิศทางเป็นอ่อนค่าจากดุลบัญชีเดินสะพัดที่มีโอกาสขาดดุล
ปรับ GDP เป็น 2.7% นักท่องเที่ยวเหลือ 1 ล้านคน
KKP Research โดยเกียรตินาคินภัทร
วิเคราะห์ว่า การระบาดระลอกใหม่ที่เริ่มต้นเมื่อเดือนธันวาคมจบลงเร็วกว่าคาด ส่งผลให้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 1 ต่ำกว่าที่ประเมิน ก่อนหน้านี้ KKP Research มีการปรับลงภายใต้สมมติฐานว่าการระบาดของโควิด -19 ระลอกใหม่ อาจยืดเยื้อไปได้สูงสุดถึง 1 ไตรมาส อย่างไรก็ตามจากข้อมูลล่าสุดผลกระทบจากการะบาดระลอกใหม่น้อยกว่าที่ประเมินไว้มาก ประกอบกับสถานการณ์การระบาดที่คลีคลายได้เร็วและมาตรการผ่อนปรนที่เห็นทิศทางชัดเจนขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เราจึงมีโอกาสเห็นการบริโภคและการลงทุนกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในช่วงหลังจากนี้ไป
สำหรับภาคการท่องเที่ยว เรามองว่าตลอดทั้งปี 2021 นักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะกลับมาในประเทศได้ในจำนวนที่จำกัด และปรับการคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวลง อีกครั้งจาก 2 ล้านคนเหลือ 1 ล้านคน จากสถานการณ์การฉีดวัคซีนของไทยในปัจจุบันที่ค่อนข้างช้าเมื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด KKP Research ปรับการคาดการณ์ GDP ขึ้นจากการเติบโตที่ 2.0% เป็น 2.7% แต่ระดับการฟื้นตัวที่ปรับดีขึ้นก็ยังถือว่าฟื้นตัวช้ามากเมื่อเทียบกับการหดตัวในปีก่อนและยังอยู่ในระดับต่ำกว่าแนวโน้มการเติบโตก่อนโควิด
ประเทศเศรษฐกิจฝืด ในโลกเงินเฟ้อ
เศรษฐกิจไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในปี 2020 และในปี 2021 ก็จะเป็นหนึ่งในประเทศที่ฟื้นตัวได้ช้าที่สุดเช่นกัน เป็นภาพกลับกันกับเศรษฐกิจโลกที่กำลังจะฟื้นตัวย่างแข็งแกร่ง หมายความว่าสิ่งที่ประเทศไทยกำลังเผชิญคือกลายเป็น “ประเทศเศรษฐกิจฝืด ในโลกของเงินเฟ้อ” ซึ่งกำลังจะเจอกับความเสี่ยงสำคัญ จากราคาสินค้าวัตถุดิบหลายอย่าง เช่น ราคาน้ำมันดิบที่ในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวสูงขึ้นไปเกินกว่าระดับ 70 ดอลลาร์ต่อบาเรลแล้ว ผลต่อเนื่อง คือ ต้นทุนการผลิตสินค้าของไทยกำลังจะสูงขึ้น ในขณะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว
การส่งออกฟื้นตัวช้ากว่าภูมิภาค บาทมีโอกาสอ่อนค่าลง
เมื่อราคาน้ำมันทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นผลกระทบอีกอย่างที่เกิดต่อไทย คือ ผลต่อการเกินดุลการค้าในประเทศที่จะมีขนาดเล็กลง ในปี 2020 ที่ผ่านมา การส่งออกไทยหดตัวค่อนข้างมาก และรายได้จากการท่องเที่ยวหายไป แต่ประเทศไทยยังเกินดุลบัญชีเดินสะพัดได้อยู่เพราะการนำเข้าหดตัวอย่างรุนแรง แต่มองไปข้างหน้า การส่งออกที่ยังไม่ขยายตัวได้มากนัก ในขณะที่การนำเข้าน่าจะปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติได้บ้างแล้ว ประกอบกับราคาน้ำมันที่กำลังปรับตัวสูงขึ้น อาจทำให้ระดับการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยลดลง KKP Research ประเมินว่าจากปัจจัยทั้งหมดค่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าลงในช่วง 31.5 – 32.0 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ฯ
ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น กับความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงิน
อัตราดอกเบี้ยระยะยาวของไทยปรับตัวสูงขึ้นในภาวะที่เศรษฐกิจยังชะลอตัวอยู่มากสาเหตุเป็นเพราะตลาดการเงินไทยที่มีความเชื่อมโยงกับตลาดการเงินของสหรัฐอเมริกา ทำให้เมื่อดอกเบี้ยระยะยาวของสหรัฐ ฯปรับตัวสูงขึ้นอัตราดอกเบี้ยในไทยเองมักจะปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย โดยดูจากตัวเลขอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 10 ปีของไทยปรับตัวสูงขึ้นจากสิ้นปีที่ 1.3% กลายเป็น 2.0% แล้วในปัจจุบัน การปรับตัวสูงขึ้นของอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วในภาวะที่เศรษฐกิจไทยยังแย่สร้างผลกระทบที่ตามมา คือ (1) ต้นทุนในการระดมทุนของบริษัทที่จะเพิ่มสูงขึ้น (2) ความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัท และการออกหุ้นกู้ใหม่ของบริษัทเอกชน (Rollover risk) อาจปรับตัวสูงขึ้น
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่
https://advicecenter.kkpfg.com/th/money-lifestyle/money/economic-trend/slow-recovery-of-thai-economy
# อื่นๆที่น่าสนใจ
Kiatnakin Phatra
KKP
Loading...
เอกสารดาวน์โหลด
บริษัทใช้งานคุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทที่ดีขึ้น รวมถึงใช้ในการทำการตลาดให้ตรงตามความสนใจของท่านมากที่สุด โดยท่านสามารถเลือก
ปฏิเสธคุกกี้
ยอมรับคุกกี้
หากท่านปฏิเสธคุกกี้ หรือยังคงใช้งานเว็บไซต์ต่อไป บริษัทจะยังคงเก็บคุกกี้ (Cookies) ที่มีความจำเป็นต่อการใช้งานเว็บไซต์ของท่านเท่านั้น ทั้งนี้ท่านสามารถตั้งค่าการจัดการคุกกี้ได้ตามวิธีการตั้งค่าที่ระบุไว้ในแต่ละเว็บเบราเซอร์ที่ใช้บริการ ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้คุกกี้ของเราได้ที่
นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy)
และ
ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)